มาทำให้การดำน้ำของคุณปลอดภัยมากขึ้นกับการรับรู้ปัญหาก่อนที่มันจะเกิด และการแก้ปัญหาเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว

ในการดำน้ำลึกบบ Scuba Diving นั้นให้ประสบการณ์ที่เพลิดเพลินและประทับใจต่อนักดำน้ำทุกคน อย่างไรก็ดี ร่างกายมนุษย์นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้ปอดในการหายใจนำก๊าซเข้าไปแลกเปลี่ยนออกซิเจน-คาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกาย แตกต่างจากปลาที่ใช้เหงือกในการดึงออกซิเจนที่อยู่ในน้ำมาใช้ ดังนั้นร่างกายมนุษย์จึงมีขีดจำกัดที่ไม่สามารถดำรงชีวิตใต้น้ำได้หากปราศจากแหล่งก๊าซหายใจสำคัญอย่างอุปกรณ์หายใจใต้น้ำ ซึ่งสำหรับการดำน้ำนันทนาการนั้นคืออุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำแบบพกพา ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Self Contained Underwater Breathing Apparatus: หรือ "SCUBA" นั่นเอง
การดำน้ำแบบนันทนาการทั่วโลกนั้นได้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย ปริมาณครูสอนดำน้ำที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวต่อปี และจำนวนครูสอนดำน้ำระดับ Instructor Trainer หรือ Course Director นั้นก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก และการแข่งขันของสถาบันออกบัตรมาตรฐานดำน้ำที่มีเพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจการดำน้ำนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่เราจะลืมไม่ได้เลยคือ กิจกรรม Recreational SCUBA นั้น ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่กิจกรรมผจญภัย และ Technical Diving นั้นถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่กิจกรรมผาดโผน โดยทั้งสองกิจกรรมนั้นมีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดย Recreational Diving นั้นจะมีการกำหนดข้อจำกัดต่างๆ เพื่อบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ต่ำและยอมรับได้ โดยปัจจุบันนั้นอัตราการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของนักดำน้ำระดับนันทนาการนั้นเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนก็ถือว่าต่ำมากกว่าการขับขี่มอเตอร์ไซค์บนท้องถนนเสียอีก
อย่างไรก็ดีในช่วงหลังนี้นั้นอุบัติเหตุเกี่ยวกับการดำน้ำที่เป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิตนั้นมีให้พบเห็นในข่าวได้บ่อยขึ้นมาก และเป็นที่เข้าใจได้ว่าไม่มีใครต้องการให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
บทความนี้ทาง Blue Culture Diving ตั้งใจผลิตออกมาเพื่อให้นักดำน้ำได้มองเห็นมุมมองต่างๆของเรา ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ โดยแบ่งเป็นมุมมองในเรื่องการป้องกัน และการแก้ไขปัญหา
การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา
การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา จะเป็นหลักการที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักดำน้ำทุกระดับ เนื่องจากปัญหาแทบทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับการดำน้ำ เป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้แทบทุกอย่าง
การดูแลรักษาอุปกรณ์ และตรวจสอบอุปกรณ์ที่จะใช้งานก่อนลงน้ำทุกครั้ง
ถ้าเราเปรียบอุปกรณ์ดำน้ำเหมือนรถยนต์ ที่ต้องการการดูแลเพื่อให้ใช้งานได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใด หรือผลิตจากประเทศไหน ต้องให้วัสดุระดับอัลตร้าพรีเมี่ยม หากขาดการบำรุงรักษาที่ดี อาจจะเกิดอุบัติเหตุใต้น้ำได้
อุปกรณ์ส่วนตัว - การดูแลรักษาคือนำอุปกรณ์ไปตรวจสภาพและซ่อมบำรุงทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งหรือก่อนออกทริป เปลี่ยนชุดซ่อม (Service Kit) เมื่อจำเป็น และตรวจสภาพสายลมต่างๆให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ การล้างอุปกรณ์ให้สะอาด และตากในที่ร่มให้แห้ง จะช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ดำน้ำออกไปได้นานมาก หากไม่ได้มีเวลาส่งให้ช่างเทคนิคตรวจสภาพ สามารถตรวจสภาพเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง เช่นลองม้วนพับสายยางเพื่อตรวจสอบความเสียหาย - การแตกลายงาหรือการเสื่อมสภาพของยางต่างๆ ตำแหน่งปล่อยลมของ BCD ในจุดต่างๆ ลองบิดหรืองอตามข้อต่อพลาสติก หรือเกลียวพลาสติก เราต้องการให้อุปกรณ์เราอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ถ้าจะต้องมีการเสียหายระหว่างทริปดำน้ำ ให้เราตรวจสอบและให้อุปกรณ์เสียหายก่อนเราเดินทางไปดำน้ำ จะดีกว่ามาก เพราะเราสามารถแก้ปัญหาได้แทบทุกอย่างก่อนการเดินทางไปดำน้ำ
อุปกรณ์เช่า - ส่วนใหญ่อุปกรณ์เช่านั้นถูกออกแบบมาให้ทนทาน และเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานหนัก สิ่งที่เราทำได้คือให้แน่ใจว่าอุปกรณ์เหล่านั้นมีขนาดเหมาะสมและพอดีกับตัวเรา และตรวจสอบการใช้งานก่อนกระโดดลงดำน้ำทุกครั้ง
อุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครัน จะต้องอยู่ในจุดที่หยิบจับได้ง่าย แต่ไม่รบกวนการทำงานในขณะไม่ใช้งาน จะดีที่สุดคือมีตำแหน่งประจำให้กับสิ่งของเหล่านี้ และสามารถหยิบจับได้โดยไม่ต้องมอง
ไดฟ์คอมพิวเตอร์ ตรวจสอบระดับแบตเตอรี่
ไฟฉาย ตรวจสอบระดับแบตเตอรี่และปุ่มกดเปิดปิด ไฟฉายกระบอกสำรอง
ชุด DSMB และระบบเชือกม้วน ต้องมีความยาวอย่างน้อย 20 เมตร แต่ยิ่งยาว ยิ่งดี พร้อมชุด DSMB สำรอง ตรวจสอบรอยรั่วก่อนการนำไปใช้งาน ระบบควรเป็น semi closed ที่มี OPV กันแตก และเติมลมได้ทุกแบบ (ปากเป่า / octopus / inflator)
อุปกรณ์อื่นๆเช่น มีดหรืออุปกรณ์ตัดเชือกต่างๆ
เข็มทิศ
ก่อนลงดำน้ำ
ตรวจสอบชุดจ่ายอากาศ ไม่มีรอยรั่วหรือเสียงรั่วจากจุดใดๆ สายยางอยู่ในสภาพดี ไม่หักงอที่ข้อต่อ ไม่แตกลายงา หรือไม่ถ้าเป็นสายไนล่อนถักไม่ควรรุ่ยจนเห็นชั้นด้านใน
ตรวจสอบชุดควบคุมการลอยตัวชุดหัวเติมลมไม่รั่ว เติมลมเข้าชุดให้พองเพื่อรอยรั่วบนชุด เช็ค Over Pressure Valve และตรวจดูความเสียหายบริเวณโคนวาล์วเพื่อเช็คการแตกร้าวของพลาสติกทุกจุดบนชุด BCD
การเตรียมทักษะให้พร้อมต่อการดำน้ำ
ไม่ดำน้ำเกินระดับวุฒิบัตร การเรียนระดับบัตรที่สูงขึ้นเป็นการที่เราได้เพิ่มประสบการณ์ภายใต้การดูแลใต้น้ำโดยตรงของนักดำน้ำระดับผู้ฝึกสอน (instructor's direct supervision) ซึ่งสามารถแก้ไขจุดอ่อน ปรับปรุงจุดแข็งของนักดำน้ำให้มีความปลอดภัยได้มากขึ้น การดำน้ำในสภาพแวดล้อมต่างๆเช่น ถือบัตร Open Water Diver แต่ดำน้ำเกิดอุบัติเหตุที่ความลึก 40 เมตร อาจเป็นเหตุให้ประกันยกเว้นการชำระสินไหมได้
ภาวะแวดล้อมที่มีเพดาน (overhead environment) เป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับนักดำน้ำที่ไม่มีวุฒิบัตรดำน้ำในสภาพแวดล้อมนั้นๆ โดยนักดำน้ำจะต้องแยกแยะระหว่างทางลอด (Swim-through) และพื้นที่ปิด (Enclosed space) โดยที่ถ้าหากไม่สามารถแยกแยะได้ และไม่มีทักษะที่ดีมารองรับ ก็ทำให้กิจกรรมดำน้ำผจญภัยที่ควรจะปลอดภัย เป็นการเสี่ยงตายโดยไม่จำเป็น
ทักษะที่เรียนมาควรมีการฝึกซ้อมและทบทวน เช่นการดำน้ำระดับ Rescue Diver นักดำน้ำควรมีทักษะที่ดีพอในการดูแลและช่วยเหลือตนเองที่ดีมากพอ และสามารถเข้าช่วยเหลือนักดำน้ำท่านอื่นได้ในยามจำเป็น การฝึกฝนดำน้ำโดยตั้งเป้าหมายให้ตนเองมีความปลอดภัย ไม่เป็นภาระบัดดี้ และภาระ Dive Leader โดยไม่จำเป็นนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักดำน้ำทุกระดับ
ทักษะการปล่อย DSMB เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้าม โดยปกติแม้ทาง dive leader จะเป็นผู้ส่งสัญญาณทุ่นลอยจากใต้น้ำ การส่งสัญญาณขึ้นจากใต้น้ำด้วยตนเอง เป็นทักษะที่เพิ่มความปลอดภัยใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด
ทักษะการใช้เข็มทิศเป็นตัวช่วยนำทางใต้น้ำ จะช่วยลดความวิตกกังวลในการหลงทางใต้น้ำได้เป็นอย่างดี
การประเมินตนเอง
การพักผ่อนระหว่างการดำน้ำเป็นเรื่องสำคัญ การสังสรรค์กันข้ามคืนกับเพื่อนๆบนเรือ หรือที่พักนั้น อาจส่งผลกระทบต่อชั่วโมงการพักผ่อน ที่กระทบกับร่างกายและความรวดเร็วในการตัดสินใจในการแก้ปัญหาใต้น้ำ หรือระดับของเหลวในร่างกายที่อาจไม่เพียงพอและเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคน้ำหนีบใต้น้ำ อาการเจ็บป่วยเช่นมีน้ำมูก แพ้อากาศ อาจทำให้โพรงไซนัสหรือท่อยูสเตเชียนบวมและตีบตัน ทำให้การปรับแรงดันทั้งขาลงและขาขึ้นทำได้อย่างยากลำบากหรือเกิดการบาดเจ็บรุนแรงได้ และการใช้ยาเพื่อลดอาการนั้นอาจจะออกฤทธิ์ได้ไม่นาน ถ้าหากมีอาการที่ทำให้รู้สึกน่าจะไม่ปลอดภัยเมื่อลงน้ำเช่น ปวดหัว, น้ำมูกไหลมาก, หรือขาดน้ำ ให้พิจารณาในการพักผ่อน และข้าม (skip) การดำน้ำไดฟ์นั้นออกไปได้
การเข้าใจตัวเลือกและความเสี่ยงต่างๆในการดำน้ำ และการตัดสินใจที่จะแก้ปัญหาต่อสถานการณ์นั้นๆถือเป็นเรื่องสำคัญ และความสำคัญที่สุดคือการนำตนเองกลับมาที่ผิวน้ำให้ได้ โดยหากจำเป็นที่จะต้องยกเลิกการทำ safety stop ด้วยเหตุจำเป็น หรือแม้กระทั่งจำเป็นต้องยกเลิกการทำ emergency decompression stop เพราะอากาศหมด ก็ต้องนำตนเองขึ้นสู่ผิวน้ำ แม้จะต้องเสี่ยงขึ้นมาเป็นโรค DCS ก็ตาม เพราะนักดำน้ำยังมีโอกาสต่อสู้และรอดชีวิตได้ดีกว่า จากสถานการณ์จมน้ำที่มีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่ามาก
การที่เคยดำน้ำในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงนั้น สำหรับนักดำน้ำที่ได้ทำโดยไม่มีการเรียนเป็นกิจจะลักษณะ และไม่ประสบปัญหา มักจะทำให้เกิดการชะล่าใจ และก่อให้เกิดความปลอดภัยเทียม (False Security) ที่จะทำสิ่งนั้นซ้ำๆ โดยที่ทุกครั้งเข้าไปอาจจะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆก็เป็นได้
การประเมินจุดดำน้ำ
สิ่งที่ยากและอันตรายที่สุดในการดำน้ำ คือ การขึ้นเรือหรือขึ้นฝั่งหลังจบการดำน้ำ การขึ้นจากน้ำควรมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคลื่นลมแรง เช่นการไม่ซ้อนกันใต้บันไดขึ้นเรือ การไม่รวมกระจุกกันอยู่ข้างเรือหรือแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นเรือที่มีบันไดขึ้นข้างเรือ หรือบันไดขึ้นท้ายเรือ การควมคุมสติ และฟังคำแนะนำของสตาฟเรือเป็นสิ่งสำคัญมาก และบางครั้งการลอยคอรอให้คลื่นเบาลง อาจเป็นหนทางที่ปลอดภัยกว่าก็เป็นได้
การฟังบรีฟดำน้ำ เป็นสิ่งจำเป็นในการดำน้ำ โดยเฉพาะรายละเอียดเรื่องกระแสน้ำ และเส้นทางในการดำน้ำ ความลึก ระยะเวลาดำน้ำ รวมไปถึงสิ่งพึงปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์พลัดหลงจากกลุ่มหรือเกิดการหลงทางระหว่างการดำน้ำ
สิ่งที่ง่ายที่สุดที่ป้องกันอุบัติเหตุ คือการประเมินในช่วงการวางแผนดำน้ำ ว่าช่วงเวลาที่เราจบการดำน้ำ ตำแหน่การขึ้นจากน้ำจะมีความปลอดภัยมากพอ แล้วจึงค่อยตัดสินใจดำน้ำตามแผน
การตระหนักรู้ตนเองระหว่างการดำน้ำ (Self Awareness)
การดำน้ำให้ปลอดภัยนั้น จะต้องเข้าใจว่าความปลอดภัยไม่ได้มาจาก Dive Leader หรือบัดดี้เราที่ประสบการณ์มากกว่า แต่จะความปลอดภัยจะเกิดได้จากการตระหนักรู้ของตนเองต่อสภาพแวดล้อม (Situational Awareness) รวมไปถึงการเข้าใจถึงปัญหา การมองภาพปัญหาให้ออกและวิธีการแก้ปัญหานั้นๆ (Troubleshooting, Visualization, and Solution)
หมั่นตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเราเข้าใจว่าปัญหาคืออะไร และจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากสงสัยสามารถสอบถาม Dive Leader หรือ Dive Instructor ได้
การรับรู้สึกสิ่งรอบตัวของตนเอง ซึ่งในการดำน้ำจะมีจุดหลักๆอยู่คือ ความลึก (Depth), อากาศที่เหลืออยู่ (Air), เวลาดำน้ำ (Time), และทิศทางในการดำน้ำ (Azimuth) หรือเรียกตัวย่อว่า DATA หากยังไม่สันทัดเรื่องทิศทางการดำน้ำ ให้ใช้ตัวย่อ TAD (Time, Air, Depth) แทนได้ การจับคู่ของข้อมูลเหล่านี้จะบอกอะไรเราได้มากมาย ตัวอย่างเช่น
Air + Depth จะสามารถบอกนักดำน้ำได้ว่ามีอากาศเหลือพอสำหรับการขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างปลอดภัยหรือไม่?
Time + Depth เวลา No Decompression ของเรามีอยู่กี่นาที และสามารถประเมินเวลาเริ่มเปลี่ยนความลึกได้
Time + Azimuth เป็นการบอกนักดำน้ำถึงระยะทางเดินทางโดยคร่าวในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
Air + Time อากาศที่เหลืออยู่กับเวลาที่ดำน้ำไปแล้ว จะเพียงพอต่อการดำน้ำต่อ หรือควรจะหยุดการดำน้ำ ทำ safety stop แล้วขึ้นสู่ผิวน้ำ
Depth + Azimuth เป็นตัวบอกถึงตำแหน่งคร่าวๆของนักดำน้ำ กับจุดดำน้ำได้
การจัดการอากาศที่ดี
การจัดการอากาศที่ดี จะแก้ไขปัญหาอากาศหมดไปได้มากกวา 99.99% ใต้น้ำ รวมไปถึงมีอากาศเหลือมากพอสำหรับการช่วยเหลือผู้อื่นด้วย
การจัดการอากาศด้วย Rule of Third มีประสิทธิภาพมาก และเป็นการบริหารจัดการอากาศที่ยอมรับได้ในกลุ่มนักดำน้ำ Technical Diver อีกด้วย
ให้แบ่งอากาศเป็น 3 ส่วน โดยใช้เพียงแค่ 2 ส่วนและเหลือส่วนสุดท้ายสำหรับสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเวลาในการแก้ปัญหา หรือการใช้อากาศส่วนนั้นในการช่วยเหลือนักดำน้ำในทีม
คำนวนอัตราสิ้นเปลืองอากาศด้วยการคำนวน Surface Air Consumption หรือว่า Respiratory Minute Volume จะช่วยให้นักดำน้ำเข้าใจการใช้อากาศมากขึ้น
ถ้าหากต้องการมีความปลอดภัยมากขึ้น ควรพิจารณาใช้ถังใบที่สองในการดำน้ำ
Stop - Think - Breathe - Act เมื่อเกิดปัญหา
กฎ "Stop, Breathe, Think, Act" (หยุด หายใจ คิด ลงมือทำ) ไม่ได้เป็นเพียงเทคนิคช่วยจำ แต่เป็นกลไกที่รวดเร็วและรอบคอบในการระงับปฏิกิริยาตอบสนองต่อสภาวะฉุกเฉินของร่างกาย (Fight-or-Flight) โดยจะบังคับให้สมองเปลี่ยนจากการใช้สัญชาตญาณและความตื่นตระหนก (Amygdala) กลับไปใช้เหตุผลและการฝึกฝน (Prefrontal Cortex)
กลไกทางสรีรวิทยาและกระบวนการคิดในแต่ละขั้นตอนมีดังนี้:
Stop (หยุด - ระงับการเคลื่อนไหว): การเคลื่อนไหวร่างกายในขณะฉุกเฉินจะยิ่งทำให้ปัญหาลุกลาม การหยุดจะช่วยระงับแรงเหวี่ยง ป้องกันการตีตะกอนจนขุ่นมัว (Silt-out) ในสภาพแวดล้อมแบบปิด (Overhead environments) และหยุดการเพิ่มภาระงาน (Task loading) การลอยตัวให้นิ่ง (Neutral buoyancy) และรักษาสมดุล (Trim) ทันที จะช่วยป้องกันการเปลี่ยนระดับความลึกอย่างกะทันหัน ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บจากความกดดัน (Barotrauma) การลอยตัวขึ้นแบบควบคุมไม่ได้ หรือการหลุดออกจากเพดานการทำดีคอมเพรสชัน (Deco ceiling)
Breathe (หายใจ - ควบคุมสรีรวิทยา): ความเครียดฉับพลันจะกระตุ้นระบบประสาทที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วและหายใจตื้นถี่ ส่งผลให้เกิดการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์ (Hypercapnia) และเร่งความรู้สึกขาดอากาศ การบังคับตัวเองให้หายใจออกช้าๆ และลึกๆ จะไปกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส (Vagus nerve) ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจลงและขับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ตกค้างออกไป
Think (คิด - ดึงสติและกระบวนการรับรู้): เมื่อความตื่นตระหนกทางร่างกายถูกระงับด้วยการควบคุมการหายใจ สมองจะสามารถดึงเหตุผลขั้นสูงและการฝึกฝนกลับมาใช้ได้แทนการตอบสนองแบบไร้ทิศทาง นี่คือจุดที่ทักษะจากการฝึกจะเข้ามามีบทบาท เช่น การวิเคราะห์จุดรั่วของอุปกรณ์ การตรวจสอบเส้นนำทาง การอ่านเกจ์วัดความดัน (SPG) หรือการสื่อสารกับทีม คุณจะต้องประเมินเวลา อากาศ และระยะทางก่อนที่จะเลือกวิธีแก้ปัญหา
Act (ลงมือทำ - ปฏิบัติอย่างรอบคอบ): การลงมือปฏิบัติต้องช้าและเป็นระบบ การเคลื่อนไหวที่รีบร้อนใต้น้ำจะเพิ่มการใช้อากาศอย่างทวีคูณและเพิ่มความเสี่ยงที่อุปกรณ์อื่นๆ จะขัดข้องตามมา การกระทำต้องมุ่งความสนใจไปที่การแก้ปัญหาให้เสร็จสิ้นไปทีละขั้นตอนก่อนที่จะประเมินผลในขั้นต่อไป
กลไกทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับช่วงรอยต่อระหว่าง การหายใจ (Breathe) และ การคิด (Think) หากไม่จัดการกับระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่พุ่งสูงขึ้นด้วยการหายใจออกลึกๆ สมองจะยังคงติดอยู่ในสภาวะเครียดจากคาร์บอนไดออกไซด์เกิน ทำให้การคิดอย่างมีเหตุผลเป็นไปไม่ได้เลยในทางกายภาพ ไม่ว่านักดำน้ำจะมีใบรับรองหรือประสบการณ์มากแค่ไหนก็ตาม
ปัญหา และการแก้ไขปัญหา
กฎข้อเมอร์ฟี่กล่าวว่า "What can go wrong, will go wrong" อุบัติเหตุจึงอาจเกิดขึ้นได้ ถึงแม้จะมีความระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม การเข้าใจถึงปัญหาต่างๆ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาง่ายขึ้น และทำได้อย่างปลอดภัย โดยปัญหาส่วนมากนักดำน้ำเคยได้ฝึกระหว่างการเรียนดำน้ำแบบ Open Water Diver อยู่แล้ว และการแก้ปัญหาก็มักจะทำได้โดยง่าย โดยปัญหามักจะเกิดกับอุปกรณ์ หรือตัวนักดำน้ำเอง
ปัญหากับอุปกรณ์ และนักดำน้ำ (ตัวอย่างและวิธีการแก้ไข)
ปัญหา | สาเหตุ | การแก้ไข | การป้องกัน |
อากาศหมด |
|
|
|
เสื้อเติมลมเอง |
| ปลดสาย Inflator แล้วใช้ Oral Inflation แทน | นำชุด inflator head ไปเซอร์วิสทุกๆ 1-2 ปีหรือก่อนดำน้ำ |
วาล์วเสื้อ BCD แตก และสูญเสียแรงลอยตัวจาก BCD |
| ปล่อย DSMB ขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อทำหน้าที่เป็นถุงยกให้นักดำน้ำใต้น้ำ | ทดสอบวิบัติที่ชุด โดยการบิดวาล์วพลาสติกเล็กน้อย ถ้าวาล์วแตกเสียหาย ให้เกิดก่อนลงดำน้ำ |
เร็กกูเลเตอร์รั่วตามจุดข้อต่อ | เกลียวที่ขันไว้หลุดจากการบิดตัวของสายที่มากเกินแรงขัน (Torque) ของประแจที่ตั้งไว้ | ยุติการดำน้ำทันที และขึ้นสู่ผิวน้ำ สายไม่สามารถประกอบกลับใต้แรงดันใต้น้ำ | เช็คเกลียวข้อต่อของสายเร็กกูเลเตอร์ก่อนประกอบเข้ากับถัง |
สายยางระเบิดใต้น้ำ |
| ยุติการดำน้ำทันที และขึ้นสู่ผิวน้ำ ไม่ต้องทำ safety stop สายยางที่ส่งอากาศให้เราหายใจ จะรั่วเร็วกว่าสายอากาศที่ใช้วัดแรงดันถังอย่างมาก ต้องให้ความสำคัญในการขึ้นสู่ผิวน้ำเป็นอันดับแรก | เช็คสภาพสายยางก่อนดำน้ำ |
นักดำน้ำพลัดหลงจากกลุ่ม |
| หมุนตัวอยู่กับที่ เพื่อหากลุ่มที่หายไปในเวลา 1 นาที หากไม่พบให้ยุติการดำน้ำทันที ขึ้นสู่ผิวน้ำโดยไม่ต้องทำ safety stop | ไฟฉายจะช่วยเพิ่มทัศวิสัยให้กับนักดำน้ำได้อย่างมีนัยยะสำคัญ |
น้ำพัดนักดำน้ำหลุดจากจุดดำน้ำ | กระแสน้ำพัดแรง | ยิง DSMB จากที่ลึกที่สุดเท่าที่สายจะยาวถึง ถ้า NDL มีเวลาเหลือไม่จำเป็นต้องทำ safety stop เพื่อให้เรือเห็นได้เร็วที่สุด | พยายามหาจุดหลบกระแสน้ำใต้น้ำ หรือยกเลิกการดำน้ำหากกระแสน้ำแรงเกินไป |
ตะคริว |
| หยุดการเคลื่อนไหว ยืดกล้ามเนื้อส่วนที่บาดเจ็บ และยุติการดำน้ำครั้งนั้น ทานยาหากอาการรุนแรง | พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเพิ่มเติม |
หน้ากากหลุด |
| หายใจตามปกติ หรือปล่อย DSMB เพื่อยุติการดำน้ำ | ตรวจสภาพสายรัดหน้ากาก |
ติด Decompression Stop | ดำน้ำเกินข้อจำกัด No Decompression Limit | ยุติการดำน้ำ ขึ้นมาทำ decompression stop ที่ความลึก 3-6 เมตรตามที่ไดฟ์คอมพิวเตอร์กำหนด และสังเกตุปริมาณอากาศที่เหลือ ทำ decom stop ตามที่ไดฟ์คอมพิวเตอร์กำหนด หรือนานที่สุดเท่าที่อากาศจะให้ได้ หากอากาศไม่เพียงพอให้ขึ้นสู่ผิวน้ำและคอยสังเกตุอาการ DCS | การวางแผนดำน้ำที่ดี และการเช็คคอมพิวเตอร์สม่ำเสมอ |
หลงทางใต้น้ำ | หลงทางใต้น้ำ | ยุติการดำน้ำทันที และขึ้นสู่ผิวน้ำ ไม่ต้องทำ safety stop เพื่อรวมกลุ่มอีกครั้ง | ฝึกทักษะการใช้เข็มทิศ และการวางแผน lost diver protocol กันในกลุ่มทีมดำน้ำ |
จำไว้ว่าตราบใดที่คุณดำน้ำในแหล่งน้ำที่ไม่มีเพดาน "ทางออก" อยู่ด้านบนเสมอ และไม่มีความจำเป็นใดๆต้องอยู่การดำน้ำให้ได้ครบจนอากาศใกล้หมดถังทุกครั้ง หรือต้องดำน้ำให้ได้ครบตามจำนวนไดฟ์ที่ซื้อแพคเกจมา เพราะค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา อาจแพงกว่าการดำน้ำครั้งถัดไปของคุณก็ได้
คอร์สที่เน้นการเพิ่มสมรรถนะของนักดำน้ำมากขึ้น
ทาง Blue Culture Diving มีหลักสูตรต่างๆที่เพิ่มพูนทักษะการดำน้ำ ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยจะเน้นย้ำที่ความปลอดภัยของตัวนักดำน้ำเป็นหลัก หากสนใจหลักสูตรปรับพื้นฐาน หรือหลักสูตรต่อยอดทักษะ สามารถติดต่อ Blue Culture Diving เพื่อปรึกษาเพิ่มเติมได้
กลุ่มหลักสูตร Recreational Diving
![]() | SSI Scuba Review ทบทวนการดำน้ำทั้งหมด สำหรับนักดำน้ำที่ห่างหายการดำน้ำไปนานและต้องการทบทวนทักษะทั้งหมดใหม่ |
![]() | SSI Perfect Buoyancy เน้นย้ำเรื่องการลอยตัว เทคนิคการเคลื่อนที่ในน้ำ ช่วยให้ประหยัดอากาศได้มากขึ้นและดำน้ำได้อย่างปลอดภัยขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ |
![]() | SSI Navigation การนำทางใต้น้ำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป การฝึกใช้ธรรมชาติ และเข็มทิศ ทำให้การนำทางนั้นเม่นยำ และปลอดภัย |
![]() | SSI Independent Diving นักดำน้ำที่ชอบท่องโลกคนเดียว และพบปะกับนักดำน้ำหลากหลายประเภท สามารถที่จะพัฒนาทักษะในการดำน้ำคนเดียวที่ปลอดความเสี่ยง และวางแผนการดำน้ำที่รัดกุมมากขึ้น |
![]() | SSI Decompression Diving เพิ่มพูนความเข้าใจการดำน้ำที่ก้าวข้าม No Decompression Limit และการทำ Decompression Stop อย่างปลอดภัย |
![]() | SSI Recreational Sidemount หลักสูตรที่เปลี่ยนระบบการดำน้ำจากการติดตั้งถังไว้ด้านหลัง มาติดตั้งข้างลำตัว โดยจะฝึกสูงสุด 2 ใบ อันมีรากกำเนิดมาจากนักดำน้ำถ้ำที่ทำให้การดำน้ำเข้าที่แคบๆนั้นมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น |
![]() | SSI Advanced Wreck Diver หลักสูตรการเข้าเรือจมเบื้องต้น โดยมีข้อจำกัด Linear Penetration ไม่เกิน 40 เมตร |
กลุ่มหลักสูตร Technical Diving
![]() | SSI Extended Range Foundation การเริ่มต้นใช้อุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมไปถึงการเน้นย้ำทักษะที่มีเทคนิคซับซ้อนมากขึ้น |
![]() | SSI Extended Range Sidemount การฝึกเอาประสิทธิภาพสูงสุดของการดำน้ำแบบติดตั้งถังด้านข้าง โดยมีการฝึกดำน้ำด้วยถัง 3-4 ใบเข้าด้วยกัน |
![]() | SSI Extended Range Nitrox Diving ก้าวแรกของโลกที่เกินขีดจำกัด NDL และฝึกการใช้ Decompression Gas อย่างถูกวิธี |
![]() | SSI Extended Range Cavern Diving การฝึกดำน้ำในสถานที่ปิดประเภทถ้ำ แต่ยังมีแหล่งแสงธรรมชาติให้เห็น |















ความคิดเห็น