Scuba Honest Review: Mares Avanti Quattro 4X - The new jack of all trades
- 19 ก.พ.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 23 ก.พ.

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 มาเรสได้ออกฟินใหม่รุ่น Mares Avanti Quattro 4X มาแทนรุ่นเก่าอย่าง Avanti Quattro+ ที่ได้ทำตลาดมานานกว่า 11 ปี และต้นตำรับอย่าง Mares Avanti Quattro ที่ถือเป็นระดับตำนานตั้งแต่ยุค 90 เลยทีเดียว
ครูเบิ้มจาก Blue Culture Diving ได้รับฟินรุ่น Mares Quattro 4X มาทดสอบเป็น ขนาด XL สีดำขลิบเหลือง ซึ่งบอกได้เลยว่าจากประสบการณ์ครูเบิ้ม น่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คน ที่ใช้ฟินมาเรสมาเกือบครบทุกรุ่นมากว่า 20 ปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น X-3, Quattro Classic, Quattro+, Excel, Volo Power นี่ยังไม่รวมฟินจากค่ายอื่นๆอีกมากมายที่ลองซื้อมาใช้ คือมั่นใจได้ว่าตอบได้ตรงไปตรงมา ครบถ้วนทุกซอกทุกระเบียดนิ้วเกี่ยวกับเจ้าฟินรุ่นใหม่ของ mares รวมไปถึงสรุปความรู้สึกและความน่าใช้อีกด้วย ดีว่าดี ห่วยว่าห่วย แล้วเจ้าฟินรุ่นนี้มันดียังไง ไปดูกัน
ข้อมูลเชิงเทคนิคจากแคตตาล็อก
Mares จะใช้วัสดุเป็น Compound เฉพาะที่จดทะเบียนในชื่อ Tecralene มาตั้งแต่ปี 1975 (จดทะเบียน 1986) ซึ่งเป็น Thermoplastic สูตรเฉพาะที่ได้รับการไว้วางใจเรื่องความทนทานที่สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้นักดำน้ำรุ่นถัดไปได้ มีพื้นที่ดันน้ำ 780 ตารางเซนติเมตรใน Size R และสายรัดเป็นสายซิลิโคนบันจี้ ซึ่งให้ทั้งความสะดวกสบายและง่ายต่อการสวมใส่
หน้าตา และการใช้งาน

ถ้าหากแค่รีวิวแต่ตัวฟินรุ่นใหม่ มันจะไม่ได้เกิดการเปรียบเทียบกัน และไม่สามารถรู้ได้ว่าอะไรดี ไม่ดี เทียบกับอะไร แต่ครูเบิ้มได้ปลดระวาง Mares Quattro+ ที่ใช้ตั้งแต่ปี 2015 ไปแล้วระหว่างการดำน้ำถ้ำที่ประเทศอินโดนีเซียในปี 2025 ที่ผ่านมา และกลับไปใช้ Mares Quattro รุ่น Classic ที่มีอยู่ที่บ้านในการดำน้ำต่อไป ดังนั้นการเปรียบเทียบ Benchmark ทั้งหมด ก็จะเป็นการเปรียบเทียบทั้ง 3 รุ่นไปพร้อมๆกันเลย

ซึ่งจะเปรียบเทียบทั้งหน้าตา และการใช้งานในสถานการณ์จริงต่างๆได้เลย
หน้าตา และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป หรือไม่เปลี่ยนแปลงไป
Foot Pocket นั้นมีการปรับเปลี่ยนขนาดและถูกทำให้บางลง ส่งผลให้การสวมใส่นั้นจะรองรับรูปทรงเท้าที่หลากหลายได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเท้าที่มีหน้าเท้ากว้าง หรือหลังเท้าสูง Foot Pocket ก็จะให้ตัวได้มากกว่า


องศาฟินเหมือนเดิม ทำให้การรักษา trim ไม่ต้องงอเข่ามาก หรืองอข้อเท้ามาก ฟินก็จะอยู่ในระนาบที่ลู่น้ำที่สุด และกินน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านหลังของ foot pocket จะสังเกตุเห็นว่าตัวรุ่น Classic จะมีครีบเพิ่มความแข็งแรงของฟินอยู่ แต่ตั้งแต่รุ่น Quatto+ หรือ 4X ก็จะไม่มีแล้ว

น้ำหนักตัวของฟินทั้งทุกรุ่น มีน้ำหนักเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน จะแตกต่างกันที่ชนิดของสายรัดส้นเท้าที่สามารถเปลี่ยนได้

ร่องน้ำและครีบเป็นตำแหน่งเดียวกัน แต่เปลี่ยนรูปทรงให้โฉบเฉี่ยวมากขึ้น

สันฟินรุ่น 4X มีขนาดหนากว่าแต่สั้นกว่าเล็กน้อย

ส่วนพื้น foot pocket ออกแบบสวยงามและเพิ่มพื้นที่ยึดเกาะมากขึ้น ทำให้ลื่นยากขึ้น

สายรัดส้นออกแบบใหม่ แต่วัสดุจะเป็น Silicone Bungee ที่ใช้อยู่ในรุ่น Quattro Plus อยู่แล้ว แต่รุ่นเก่าจะยังเป็น ABS Buckle อยู่

ความรู้สึกด้านการใช้งาน


ลักษณะฟินเป็น negative ที่เกือบๆ neutral คือจมช้าๆในน้ำทะเล
ความสบายในการสวมใส่ทำได้ดีกว่าเดิมมาก สวมใส่ง่ายสบายเท้า และไม่บีบหน้าเท้าเมื่อใส่ฟินเป็นระยะเวลานาน
ลักษณะใบฟินแข็งกว่ารุ่น Quattro Plus และกลับมาใกล้เคียงกับรุ่น Quattro Classic แล้ว ซึ่งตามความชอบแล้วครูเบิ้มชอบ 4X มากกว่ารุ่น Plus เพราะความแข็งของใบฟินที่ใกล้เคียง Classic มากๆ
การตีฟิน response จะดีกว่า quattro plus ด้วยใบฟินที่แข็งขึ้นกว่าเดิม แต่ยังช้ากว่า quattro classic เล็กน้อย เนื่องจากการตีฟินนั้นเกิดการเสียพลังงานที่มากขึ้นจากฟุตพ็อคเก็ตที่นิ่มและบางขึ้น และการใช้สายรัดส้นแบบบันจี้ ที่จะทำให้ foot pocket บิดตัวมากขึ้น และสายบันจี้ยืดตัวเกิดเป็น energy transfer loss ที่มากกว่าสาย ABS strap ที่สามารถปรับให้กระชับได้เลย แต่สามารถพัฒนาปรับปรุงเป็นระบบเชือกบันจี้ที่กระชับกว่านี้ได้ด้วยตัวนักดำน้ำเอง
สามารถใช้ลากถังหลายๆใบแบบ Technical Diving ได้ดี ทดสอบด้วยการดำน้ำด้วยถัง 4 ใบแบบ sidemount configuration
การ control ทำได้ระดับดี ฟินไม่ปลิ้นหรือพลิกมากเกินไปขณะตีขาในท่าต่างๆ
เนื่องจากใบฟินเป็นใบฟินที่มีลักษณะยาว การเข้าที่แคบจะควบคุมไม่ให้ฟินไปกระทบกับสิ่งแวดล้อมได้ลำบากกว่าฟินสั้นหรือฟินประเภท Jet Fins ซึ่งเป็นปกติของฟินดีไซน์นี้อยู่แล้ว
ในการดำน้ำแบบ Recreational ถือว่าเพียงพอ และพร้อมให้ได้มากกว่ารุ่น Plus และสูสีกับตัว Classic สามารถเรียกตะคริวได้ถ้าหากกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอ
บทสรุปการเลือก Mares Avanti Quattro 4X
หากคุณเป็นนักดำน้ำที่รักใน "ตำนาน" ของซีรีส์ Quattro แต่ต้องการเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น Mares 4X คือจุดสมดุลที่ลงตัวที่สุดในขณะนี้ โดยมีประเด็นสำคัญที่ช่วยในการตัดสินใจ ดังนี้:
ความสบายที่เหนือกว่า: จุดเด่นที่สุดคือ Foot Pocket แบบใหม่ที่นุ่มและยืดหยุ่นกว่าเดิม เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าเท้ากว้างหรือหลังเท้าสูง ช่วยลดอาการบีบรัดเมื่อต้องดำน้ำเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นจุดที่รุ่น Classic ทำได้ไม่ดีเท่า
ประสิทธิภาพการขับเคลื่อน: สำหรับคนที่เคยรู้สึกว่ารุ่น Quattro+ (รุ่นก่อนหน้า) นั้นนุ่มนิ่มเกินไป รุ่น 4X ได้ปรับความแข็งของใบฟินให้กลับมาใกล้เคียงรุ่น Classic มากขึ้น ทำให้สู้กระแสน้ำได้ดี และมีพลังพอที่จะใช้ในการดำน้ำแบบหนักๆ อย่าง Technical Diving (Sidemount 4 ถัง) ได้อย่างสบาย
ความคุ้มค่าและทนทาน: ด้วยวัสดุ Tecralene ที่เป็นเอกลักษณ์เรื่องความอึด ถือเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่ใช้งานได้ยาวนานจนส่งต่อเป็นมรดกได้เลย พร้อมสายรัดส้น Silicone Bungee ที่เน้นความสะดวกในการสวมใส่และถอดออก
ฟินรุ่นนี้เหมาะกับใคร?
นักดำน้ำสายถึก/กระแสน้ำแรง: ที่ต้องการฟินที่ตอบสนองไวและไว้ใจได้เมื่อต้องทำความเร็ว
นักดำน้ำที่มีสรีระเท้ากว้าง: ที่มองหาฟินใส่สบาย ไม่บีบเท้า แต่ไม่อยากลดทอนประสิทธิภาพการตีฟิน
ผู้ที่มองหาฟินคู่เดียวจบ: ใช้งานได้ครอบคลุมตั้งแต่การดำน้ำนันทนาการ (Recreational) ไปจนถึงระดับเทคนิคอล (Technical)
ข้อควรระวัง: แม้จะตีง่ายขึ้น แต่ด้วยใบฟินที่แข็งกว่ารุ่น Plus นักดำน้ำที่กล้ามเนื้อขายังไม่แข็งแรงพอ อาจต้องระวังเรื่องการเกิดตะคริวในช่วงแรกที่เปลี่ยนมาใช้รุ่นนี้
ความคุ้มค่าคุ้มราคาในตลาด
ในราคาเปิดตัวที่ 6,990 บาทนั้น มีคู่แข่งที่น่าเปรียบมวยคือใครบ้าง? มาดูกัน
Karasu Kira ราคา 4,250 บาท
Tecline lightjet ราคา 6,490 บาท
Dive Rite XT ราคา 8,790 บาท
OMS Slipstream ราคา 8,800 บาท
Mares Quattro+ รุ่นเก่า ราคา 6,490 บาท
ทั้งนี้ต้องขอบคุณทาง Mares Thailand ที่ให้ฟินมาทดสอบการดำน้ำ และ DiversOutlet ที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำให้ทริปนี้เกิดขึ้น โดยสามารถไปสนับสนุนผู้ที่สนับสนุนเราได้ที่




ความคิดเห็น